สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับสู่ระบบเรียน TOEIC

นี่คือแผนการเรียนที่คัดสรรเฉพาะเนื้อหาแกรมม่าที่ออกสอบบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณเก็บคะแนนได้อย่างรวดเร็ว

คำแนะนำเตรียมตัวก่อนสอบ TOEIC ให้ได้คะแนน 990

คำแนะนำทั่วไปและการเตรียมตัว:
  • ประเมินตัวเอง: ตั้งเป้าหมายคะแนนและดูระยะเวลาที่มีก่อนสอบจริง
  • ถ้ามีเวลาเยอะ: เน้นสร้างความคุ้นชินกับภาษาในชีวิตประจำวัน (ดูหนังซับอังกฤษ, แกะเนื้อเพลง, ฝึกออกเสียงตาม) เพื่อสะสมคลังศัพท์ภาษาอังกฤษ
  • ถ้าเวลาน้อย: เริ่มจากการทำข้อสอบจำลอง (Mock Test) ทันที เพื่อหาจุดอ่อนของตัวเอง (เช่น ขาดศัพท์, ไม่แม่นแกรมม่า, หรือบริหารเวลาอ่านช้า)
🎧 เทคนิคพาร์ทการฟัง (Listening: Part 1 - 4)
  • Part 1: Photographs (6 ข้อ): ง่ายสุด! สังเกตรายละเอียดในภาพ ระวังช้อยส์หลอกที่เอาคำศัพท์ง่ายๆ ที่เห็นในรูปไปผูกกริยาหรือบริบทผิด
  • Part 2: Question-Response (25 ข้อ): ปานกลาง ระวังคำตอบทางอ้อม (Indirect Answer) ที่ตอบแบบเชื่อมโยงบริบทจริงในชีวิตประจำวัน
  • Part 3: Conversations (39 ข้อ): ปานกลาง จับให้ออกว่าใครคุยกับใคร เรื่องอะไร (2 ใน 3 ข้อคำตอบตรงตัว) ข้อ imply ต้องรีบสแกนแปล
  • Part 4: Short Talks (30 ข้อ): ปานกลาง-ยาก พูดคนเดียวยาว ถ้าฟังหลุดแล้วหลุดเลย ห้ามเสียดาย ให้ปล่อยผ่านแล้วลุยข้อต่อไปทันที
📖 เทคนิคพาร์ทการอ่าน (Reading: Part 5 - 7)
  • Part 5: Incomplete Sentences (30 ข้อ): ปราบเซียนแกรมม่า 100% และคำศัพท์ หากไม่แม่นแกรมม่า เช่น POS / Voice แนะนำให้ข้ามไปทำ Part 7 ก่อน
  • Part 6: Text Completion (16 ข้อ): ปานกลาง-ตัดเวลา ฝึกอ่านสแกนเร็วเฉพาะประโยคบน-ล่าง และหน้า-หลังช่องว่างเพื่อประหยัดเวลา
  • Part 7: Reading Comprehension (54 ข้อ): ยากสุด-กินพลังงานสูง ให้อ่านโจทย์ก่อนเสมอ ค่อยสแกนหาข้อความ เช็คผู้ส่ง/ผู้รับเมล์ คอยหาจุดเชื่อมข้อมูล
หมวดหมู่แนะนำสูงสุด

หมวดหมู่ที่ 1: Grammar & Structure

บทเรียนแกรมม่าพื้นฐานที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดใน Part 5 & 6 (เติมคำในช่องว่าง) หากทำความเข้าใจหลักเกณฑ์เหล่านี้ จะช่วยประหยัดเวลาทำข้อสอบพาร์ทอ่านได้มหาศาลและทำคะแนนทะลุเป้าได้อย่างแน่นอน

จำนวนบทเรียนย่อย 8 บทเรียน
ความสำคัญในข้อสอบ 🔥 สูงสุด (Part 5 & 6)
ระดับแนะนำ ผู้เริ่มต้น - ปานกลาง
สถานะ เริ่มเรียนรู้
พาร์ทเก็บคะแนนง่าย

หมวดหมู่ที่ 2: Listening Skills (Part 1 - 4)

พาร์ทฟังเป็นพาร์ทที่ไต่คะแนนได้เร็วที่สุดถ้ารู้จัก "คีย์เวิร์ด" และ "เสียงลวง" ฝึกวิเคราะห์เทคนิคตัดช้อยส์และหลบกับดักในข้อสอบ Listening

จำนวนบทเรียนย่อย 3 บทเรียน
ความสำคัญในข้อสอบ ไต่คะแนนเร็วที่สุด
ระดับแนะนำ ผู้เริ่มต้น - ขั้นสูง
สถานะ เตรียมเนื้อหา

เทคนิคพิชิต TOEIC 650+

ข้อสอบ Part 5 (30 ข้อ) และ Part 6 (16 ข้อ) มีมากกว่า 40% ที่วัดความรู้แกรมม่าเรื่องการวางตำแหน่งคำ (Word Forms) โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาแปลประโยคเลยหากเข้าใจโครงสร้าง

แผนการเรียนแนะนำ

ศึกษาบทแรก Parts of Speech เพื่อจำแนกประเภทและสูตรลัดหางคำ (Suffix) จากนั้นฝึกทำโจทย์ 30 ข้อในระบบ เพื่อประเมินความแม่นยำและความเร็วในการสแกนข้อสอบ

Roadmap การศึกษา

หมวดหมู่ที่ 1: Grammar & Structure

เลือกหัวข้อย่อยเพื่อเริ่มต้นอ่านสรุปและทดสอบความเข้าใจ

Parts of Speech (ประเภทของคำ)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 1 ออกสอบชัวร์ 100%

1. ทำไมต้องเรียน Parts of Speech?

ในข้อสอบ TOEIC Part 5 & 6 มักมีโจทย์ที่ถามเรื่อง Word Form หรือประเภทของคำเยอะมาก ข้อสอบกลุ่มนี้มีจุดเด่นคือ ช้อยส์ทุกข้อจะเป็นคำคำเดียวกัน แต่ลงท้าย (Suffix) ต่างกัน เช่น:

ตัวอย่างช้อยส์ข้อสอบ TOEIC Word Form
(A) produce  (B) product  (C) productive  (D) productively

เทคนิคสำคัญคือ "ไม่ต้องแปลเนื้อหาทั้งหมด!" เพียงแค่วิเคราะห์คำที่อยู่ ข้างหน้า และ ข้างหลัง ช่องว่าง ก็สามารถกาคำตอบที่ถูกต้องได้ทันทีภายใน 3 วินาที!

2. สรุปเนื้อหาสำคัญ 6 หัวข้อติว (เจาะลึกจากข้อสอบจริง)

เนื้อหาและตำแหน่งหน้าที่ตามหัวข้อ Roadmap เพื่อการวิเคราะห์คำตอบในข้อสอบได้อย่างมั่นใจ:

1 คำนาม (Nouns) และคำนำหน้านาม (Determiners)

  • การสังเกตคำนามจาก Suffixes: สังเกตคำลงท้ายคำนามยอดฮิตในข้อสอบ เช่น -nce, -ty, -ness, -age, -hood, -ee เช่น difference, security, kindness, baggage, employee, agreement, management
  • คำนำหน้านามบอกจำนวนและชี้เฉพาะ (Determiners/Quantifiers): คำอย่าง a, an, the, one, each, these, those และตัวเลขต่างๆ จะวางอยู่หน้าสุดของ Noun Phrase
  • สูตรข้อสอบ: เมื่อเจอ Determiners นำหน้า ให้สแกนหาคำนามมารองรับที่ท้ายสุดของ Noun Phrase

2 คำกริยา (Verbs) และกริยาช่วย (Auxiliaries)

  • โครงสร้างพื้นฐานกริยาในประโยค: โครงสร้างหลักคือ Subject + Verb + Object โดยกริยาแท้ต้องเปลี่ยนไปตามประธานและ Tense
  • กริยาช่วยและโครงสร้าง Tenses:
    • do, does, did + กริยาไม่ผัน (V.inf)
    • has, have, had + กริยาช่อง 3 (V.3 - Perfect Tense)
    • can, could, should, ought to, had to + กริยาไม่ผัน (V.inf)
    • be (is, am, are, was, were) + V-ing (Active Continuous) หรือ V.3 (Passive Voice)
  • กริยาโครงสร้างเฉพาะ (Gerund vs Infinitive):
    • • ตามด้วย **Gerund (V-ing)** เท่านั้น: enjoy, detest, object to, be used to (เช่น enjoy working, object to changing)
    • • ตามด้วย **Infinitive (to + V.1)** เท่านั้น: decide, want, hope, refuse (เช่น want to apply)

3 คำคุณศัพท์ (Adjectives)

  • วางหน้าคำนาม (Adj + Noun): เพื่อใช้ขยายคำนามที่ตามหลังมา เช่น a detailed report, a new project.
  • วางหลัง Verb to be หรือ Linking Verb (be + Adj): เพื่อบอกลักษณะประธาน เช่น The consultant's advice was highly valuable. หรือ looks professional.

4 คำสรรพนาม (Pronouns) และคำเชื่อมประโยค (Relative Pronouns)

  • สรรพนามประธานและกรรม: สรรพนามรูปประธาน (he, she, they, we) อยู่หน้ากริยา, สรรพนามรูปกรรม (him, her, them, us) อยู่หลัง Verb หรือ Preposition (เช่น give him a promotion, details of them)
  • สรรพนามไม่เจาะจง (Indefinite Pronouns): สรรพนามชี้กว้างอย่าง anybody, someone, everyone, nobody ในทางข้อสอบให้วิเคราะห์โครงสร้างเป็น**ประธานเอกพจน์**เสมอ
  • สรรพนามเชื่อมประโยค (Relative Pronouns): ใช้สำหรับเชื่อมประธานหลักเพื่อบอกรายละเอียดของประธานย่อย เช่น:
    • who: แทนบุคคลทำหน้าที่เป็นประธาน (เช่น researcher who has published...)
    • whose: แทนบุคคล/สิ่งของ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
    • why / when / where: แทนเหตุผล, เวลา และสถานที่ ในการขยายประโยคย่อย

5 คำบุพบท (Prepositions)

  • การเลือกใช้ระบุตำแหน่งและเวลา: การหยิบใช้คำเพื่อระบุตำแหน่ง/ขอบเขตเวลาอย่าง on, at, about, to, by, between, beyond เช่น on the highway, at the office, by tomorrow, beyond our expectations
  • กฎเหล็กข้อสอบ: หลังบุพบท (Preposition) ทุกตัว จะต้องตามด้วย **คำนาม (Noun)** หรือ **กริยาเติม ing (Gerund/V-ing)** เสมอ

6 จุดสังเกตการใช้คำที่มักสับสน (Word Usage): "no" vs "not"

  • การใช้ "no" (แปลว่า ไม่มี): ใช้ขยายหน้าคำนาม (Noun) เท่านั้น ทำหน้าที่เสมือนคุณศัพท์หรือ Determiner เช่น:
    There is **no** alternative solution.
  • การใช้ "not" (แปลว่า ไม่): ใช้ในการปฏิเสธประโยค วางหน้าคำกริยาแท้, คำคุณศัพท์ (Adj) หรือกริยาวิเศษณ์ (Adv) และมักตามหลังกริยาช่วย เช่น:
    The software update was **not** completed.

3. ทดลองวิเคราะห์ตำแหน่ง Grammar (Interactive)

กดคลิกที่แต่ละคำในประโยคตัวอย่างด้านล่าง เพื่อดูประเภทของคำและกติกาการวางตำแหน่งในข้อสอบจริงครับ:

4. สูตรลัดดูหางคำ (Suffix Cheatsheet)

หัวใจสำคัญที่สุดคือการสังเกต "หางคำ" (Suffix) เพื่อวิเคราะห์ว่าคำนั้นทำหน้าที่เป็นอะไร กดเลือกประเภทคำด้านล่างเพื่อจำสูตรลัดได้ทันที:

5. สูตรวิเคราะห์ตำแหน่งลัด 3 วินาที

จำโครงสร้าง 4 ข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจ เมื่อเจอช่องว่างในข้อสอบให้นำสูตรนี้ไปเทียบเคียงและตอบได้ทันทีครับ:

สูตรที่ 1
Adj + Noun
หน้าคำนามต้องเป็น Adjective ขยายเสมอ เช่น financial report, new software.
สูตรที่ 2
Adv + Adj + N
ขยายคำนามแบบ 2 ชั้น คำที่ขยาย Adj ต้องเป็น Adverb (-ly) เช่น highly respected researcher.
สูตรที่ 3
Be + Adv + V3
สูตรแซนวิชกริยา! ช่องว่างระหว่าง Verb to be กับ Verb ช่อง 3 (หรือ V-ing) ตอบ Adverb (-ly) เสมอ เช่น was severely delayed.
สูตรที่ 4
Prep + N / V-ing
หลังบุพบท (เช่น in, on, at, with, of) ต้องตามด้วยคำนาม หรือกริยาเติม ing เสมอ เช่น with extreme professionalism.
ข้อควรระวังในการสอบ!
หากหน้าช่องว่างมีคำที่ระบุความเป็นเจ้าของ (เช่น my, your, his, her, their, its, company's) หรือคำนำหน้านาม (a/an/the) ให้มองข้ามและหาจุดสิ้นสุดของประโยคเพื่อเติม Noun เสมอ!

ทฤษฎีพร้อมแล้ว? ทดสอบความแม่นยำกัน!

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการคัดเลือกคำถาม Parts of Speech ตรงตามแนวข้อสอบจริง TOEIC จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Subject - Verb Agreement (ความสอดคล้องของประธานและกริยา)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 2 ออกสอบชัวร์ 100%

1. หลักการสอดคล้องระหว่างประธานและกริยาคืออะไร?

หัวใจหลักของ Subject-Verb Agreement คือการเลือกใช้กริยาแท้ให้เข้าคู่กับประธานอย่างถูกต้องใน Present Simple Tense โดยมีกติกาการจำคู่แบบง่ายๆ ดังนี้:

ทริคท่องจำสูตรลัด 3 วินาที
"ประธานไม่เติม -s อ๊ะ กริยาเติม -s / ประธานเติม -s อ๊ะ กริยาไม่เติม -s"
ตัวอย่างประโยค SVA (คำอธิบายเปลี่ยนทุก 10 วินาที)
ประธานเอกพจน์ (Singular Subject)
ประธานพหูพจน์ (Plural Subject)

2. วิธีการหาประธานตัวจริง (Finding the Real Subject)

ในข้อสอบ TOEIC จริง โจทย์มักทำให้คุณสับสนโดยการนำส่วนขยายประธาน (Modifier) ยาวๆ มาเขียนแทรกคั่นกลางระหว่างประธานกับคำกริยา ทำให้แยกแยะได้ยาก ให้จำจุดวิเคราะห์ 3 รูปแบบนี้ไว้ใช้สแกนคำตอบครับ:

กรณีที่ 1: ประธานยาวและมีบุพบท (Preposition) คั่นกลาง

กฎ: ประธานตัวจริงจะอยู่ข้างหน้าคำบุพบท (Preposition) เสมอ

The people in the personnel office at our company are friendly.

*อธิบาย*: ประธานจริงคือ people (พหูพจน์) ไม่ใช่ company หรือ office กริยาจึงใช้ are

The man with the roses lives across the street.

*อธิบาย*: ประธานจริงคือ man (เอกพจน์) ไม่ใช่ roses กริยาจึงใช้ lives (เติม -s)

กรณีที่ 2: ประธานมีประโยคย่อย Relative Clause มาขยาย

กฎ: ให้ยึดคำนามที่วางอยู่หน้ากลุ่ม wh- (who, which) เป็นประธานหลัก

The man who helped the children from the water deserves an award.

*อธิบาย*: ประธานจริงคือ man (เอกพจน์) กริยาแท้คือ deserves (ไม่ใช่ children หรือ water)

กรณีที่ 3: สังเกตลักษณะประธานทั่วไปและการเติม -s

กฎ: ต้องระวังคำนามที่เขียนคล้ายกันแต่เอกพจน์/พหูพจน์ไม่เท่ากัน

The very tough projects require work.

*อธิบาย*: ประธานคือ projects (พหูพจน์เติม -s) กริยาใช้ require (ไม่เติม -s)

3. เครื่องมือทดสอบสลับประธาน (Interactive SVA Widget)

ลองกดปุ่มสลับจำนวนประธานด้านล่าง เพื่อดูการเปลี่ยนรูปของคำนามและคำกริยาให้สอดคล้องกันแบบเรียลไทม์:

ตัวอย่างที่ 1 (Preposition คั่น)
The man with the roses lives across the street.
ตัวอย่างที่ 2 (สรรพนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป)
The woman in the pool was drowning.
ตัวอย่างที่ 3 (กริยาบอกความต้องการ)
My brother wants a new car.
สังเกต: เมื่อประธานเปลี่ยนรูป กริยาจะผันตามประธานทันทีเพื่อความถูกต้องทางแกรมม่า

4. สรุปสูตรลัดพิชิตโจทย์ TOEIC

สูตรหาประธานตัวจริงเพื่อเลือกคำตอบใน 3 วินาที
1. กวาดสายตามองหาคำนามแรกสุดของประโยค ก่อนคำบุพบท (เช่น in, on, at, with) หรือคำเชื่อม (เช่น who, which)
2. มองข้ามส่วนขยาย (Modifier) ตรงกลางทั้งหมดไปเลย ถือว่านามตัวแรกนี้คือ **"ประธานตัวจริง"**
3. นำประธานตัวนี้มาเช็คจำนวน (เอกพจน์/พหูพจน์) เพื่อนำมาจับคู่หาตัวเลือกคำกริยาที่ถูกต้อง (เติม -s/es หรือไม่เติม) ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องแปลประโยค!

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Subject-Verb Agreement หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกคำกริยาให้สอดคล้องกับประธาน จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Tenses (กาลเวลาที่ออกสอบบ่อยที่สุด 5 Tenses)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 3 ออกสอบชัวร์ 100%

1. สรุปโครงสร้าง 5 Tenses ที่ออกสอบ TOEIC บ่อยที่สุด

มาดูหน้าตาโครงสร้างไวยากรณ์และหลักการจำเบื้องต้นกันก่อนครับ:

Present Simple
Subject + V.1
เรื่องจริงทั่วไป / กิจกรรมทำประจำ
*(ประธานเอกพจน์ กริยาเติม -s/-es)
Present Continuous
Subject + is/am/are + V.ing
กำลังเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ณ ตอนนี้ หรือแนวโน้มช่วงนี้
Past Simple
Subject + V.2
เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว 100%
Future Simple
Subject + will + V.inf
เรื่องราวในอนาคต / แผนงานที่จะทำในวันข้างหน้า
Present Perfect
Subject + have/has + V.3
ทำตั้งแต่อดีต...ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน หรือเพิ่งทำเสร็จ

2. แตกต่างกันยังไง? วิธีใช้ และตัวอย่างประโยคแนว TOEIC (สุ่มประโยคจากเน็ตเปลี่ยนทุก 60 วิ)

อธิบายเปรียบเทียบคู่เหมือนที่ข้อสอบมักเอามาลวงคู่กันให้เข้าใจง่าย:

Present Simple vs Present Continuous

Present Simple: ใช้กับ "เรื่องปกติทั่วไปในออฟฟิศ/บริษัท" เช่น นโยบาย ตารางเวลา หรือรูทีน
The marketing team updates the website daily.
*อธิบาย*: อัปเดตเว็บไซต์เป็นประจำทุกวัน (เป็นงานประจำ/รูทีน)
Present Continuous: ใช้กับสิ่งที่ "กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้" หรือเทรนด์ช่วงนี้
Mr. Jones is reviewing the financial report right now.
*อธิบาย*: คุณโจนส์กำลังตรวจสอบรายงานอยู่ตอนนี้ (ห้ามกวน!)

Past Simple vs Present Perfect (คู่หูหลอกบ่อยสุด)

Past Simple: อดีตที่จบไปแล้ว 100% มีระบุจุดเวลาในอดีตชัดเจน (เช่น yesterday, last week, ago)
The board of directors approved the budget yesterday.
*อธิบาย*: คณะกรรมการบริหารได้อนุมัติงบประมาณเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (จบไปแล้ว)
Present Perfect: อดีตที่ยังเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน หรือเพิ่งทำเสร็จหมาดๆ (มี since, for, recently, lately)
We have launched three new products this year.
*อธิบาย*: เปิดตัวไปแล้ว 3 ตัวตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน และอาจจะมีเพิ่มขึ้นอีก

Future Simple

Future Simple: คาดการณ์อนาคต แผนงาน หรือสิ่งที่จะทำในวันข้างหน้า (will + V.inf)
The new branch will open next month.
*อธิบาย*: สาขาใหม่จะเปิดทำการในเดือนหน้า

3. เครื่องมือฝึกฝนแปลงโครงสร้างตามเวลา (Interactive Tense Transformer)

ลองกดปุ่มเลือกแต่ละกาลเวลา (Tense) ด้านล่างเพื่อดูการแปลงรูปของคำกริยาและคำบอกเวลาให้สอดคล้องกันทันที:

Mr. Jones is reviewing the financial report right now.
โหลดคำอธิบาย...

4. สูตรลัดตัดช้อยส์ภายใน 5 วินาที (Time Markers)

ทริคกวาดสายตามองหาคำบอกเวลาแล้วเลือกข้อที่สอดคล้องทันที!
กา Present Simple (V.1) ➡️ เมื่อเจอ: every day/week, always, usually, regularly, daily
กา Present Continuous (is/am/are+V.ing) ➡️ เมื่อเจอ: now, right now, currently, at the moment
กา Past Simple (V.2) ➡️ เมื่อเจอ: yesterday, last week/month/year, ...ago, in [ปีในอดีต]
กา Future Simple (will+V.inf) ➡️ เมื่อเจอ: tomorrow, next week/month, soon, upcoming
กา Present Perfect (have/has+V.3) ➡️ เมื่อเจอ: since, for, already, recently, lately

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Tenses หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกคำกริยาตาม Tense และคำบอกเวลา จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

ตาราง Verb 3 ช่อง & กริยา 5 รูปแบบ

ตารางผันกริยาประกอบการเรียน Tenses อัปเดตตัวอย่างเปลี่ยนทุก 30 วินาที

ตัวอย่างคำกริยาและรูปทั้ง 5 (สลับคำอัจฉริยะทุก 30 วินาที)

work
ทำงาน
V.inf (รูปปกติ)
work
V.1 (Present)
work / works
V.2 (Past)
worked
V.3 (Past Participle)
worked
V.ing (Continuous)
working

2. ตารางรวมคำกริยาสำคัญที่พบบ่อยในข้อสอบ TOEIC

คำกริยาผันรูปทั้งประเภทปกติ (Regular Verbs - เติม -ed) และประเภทเปลี่ยนรูป (Irregular Verbs) ที่พบในพาร์ท Grammar บ่อยที่สุด:

V.inf (รูปเดิม) V.1 (ปัจจุบัน) V.2 (อดีต) V.3 (ช่อง 3) V.ing (กำลังกระทำ) ความหมายไทย
🔴 Irregular Verbs (กริยาเปลี่ยนรูป - ต้องจำ!)
writewrite / writeswrotewrittenwritingเขียน
taketake / takestooktakentakingนำไป/หยิบจับ
givegive / givesgavegivengivingให้
gogo / goeswentgonegoingไป
dodo / doesdiddonedoingทำ
seesee / seessawseenseeingเห็น/พบ
makemake / makesmademademakingทำ/ผลิต
comecome / comescamecomecomingมา
runrun / runsranrunrunningวิ่ง/ดำเนินการ
speakspeak / speaksspokespokenspeakingพูด
sendsend / sendssentsentsendingส่ง
beginbegin / beginsbeganbegunbeginningเริ่มต้น
choosechoose / chooseschosechosenchoosingเลือก
meetmeet / meetsmetmetmeetingพบปะ/ประชุม
knowknow / knowsknewknownknowingรู้/ทราบ
buildbuild / buildsbuiltbuiltbuildingสร้าง
sellsell / sellssoldsoldsellingขาย
buybuy / buysboughtboughtbuyingซื้อ
🟢 Regular Verbs (กริยาปกติ - เติม -ed ท้ายคำ)
workwork / worksworkedworkedworkingทำงาน
reviewreview / reviewsreviewedreviewedreviewingตรวจสอบ
submitsubmit / submitssubmittedsubmittedsubmittingยื่น/ส่งมอบ
approveapprove / approvesapprovedapprovedapprovingอนุมัติ
launchlaunch / launcheslaunchedlaunchedlaunchingเปิดตัว (สินค้า)
completecomplete / completescompletedcompletedcompletingทำเสร็จสิ้น
prepareprepare / preparespreparedpreparedpreparingเตรียมการ
managemanage / managesmanagedmanagedmanagingจัดการ/บริหาร
announceannounce / announcesannouncedannouncedannouncingประกาศ
increaseincrease / increasesincreasedincreasedincreasingเพิ่มขึ้น
deliverdeliver / deliversdelivereddelivereddeliveringจัดส่ง
scheduleschedule / schedulesscheduledscheduledschedulingจัดตารางเวลา

Active Voice vs. Passive Voice (ประธานทำเอง vs. ประธานถูกทำ)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 4 ออกสอบบ่อยลวงตา!

บอกเลยว่าเรื่องนี้คือ "ทำเลทอง" ในพาร์ทแกรมม่า (Part 5 & 6) ข้อสอบ TOEIC ชอบเอามาออกหลอกให้เราสับสนระหว่าง "คนทำ" กับ "คนถูกกระทำ" แต่ความจริงมันมีจุดสังเกตที่ง่ายม๊ากกกก ถ้ารู้ทริคนี้ น้องจะประหยัดเวลาทำข้อสอบไปได้เยอะและคว้าคะแนนได้แบบนิ่มๆ เลยครับ!

1. สรุปโครงสร้างสูตรหลัก

Active Voice
Subject + Verb
ประธาน ➡️ ทำกริยานั้นด้วยตัวเอง เช่น เจ้านายเซ็นสัญญา
Passive Voice
Subject + be + V.3
ประธาน ➡️ ถูกกระทำ/ทำเองไม่ได้ (จำให้ขึ้นใจ: be + V.3 = ถูกทำ)

2. อธิบายด้วยภาษากันเอง (ฉบับเข้าใจง่ายใน 1 นาที)

ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์ในออฟฟิศนะครับ:

📌 Active Voice (ทำเอง): "เจ้านายเซ็นสัญญา" ➡️ เจ้านาย (ประธาน) เป็นคนจรดปากกาเซ็นเอง ข้อสอบจะเน้นว่า "ใครเป็นคนทำ"
📌 Passive Voice (ถูกทำ): "สัญญาถูกเซ็นโดยเจ้านาย" ➡️ สัญญา (ประธาน) มันเป็นกระดาษ มันหยิบปากกามาเซ็นตัวเองไม่ได้! มันเลยต้อง "ถูกเซ็น" (v. to be + V.3)

💡 คีย์สำคัญของ TOEIC: ในข้อสอบ TOEIC ตัวประธานมักจะเป็น สิ่งของในสำนักงาน หรือกระบวนการทำงาน เช่น รายงาน (report), ใบแจ้งหนี้ (invoice), พัสดุ (package), การประชุม (meeting) ซึ่งสิ่งของเหล่านี้มันลุกขึ้นมาทำอะไรเองไม่ได้เลยครับ ดังนั้นคำตอบส่วนใหญ่จึงต้องวิ่งเข้าหาโครงสร้าง Passive Voice (be + V.3) เสมอ!

3. ตัวอย่างประโยคแนว TOEIC (เปลี่ยนทุกๆ 1 นาที ดึงมาจาก Internet)

สังเกตการผันประโยคคู่ขนานและการใช้สีไฮไลท์เพื่อแยกหน้าที่คำ:

🟢 Active Voice (ประธานทำเอง)
Loading...
กำลังโหลด...
🟠 Passive Voice (ประธานถูกทำ)
Loading...
กำลังโหลด...
คำคัดสรรจาก Datamuse API

4. 💡 สูตรลัดตัดช้อยส์ 5 วินาที

เวลาเจอข้อสอบที่ช้อยส์ให้ Verb ตัวเดียวกันมา แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน (มีทั้งแบบปกติ และแบบมี be + V.3) ให้ใช้สูตรนี้ตรวจคำตอบครับ:

🔍 ขั้นตอนที่ 1: ดู "ประธาน" (Subject)
ถ้าประธานเป็น "สิ่งของ/สิ่งไม่มีชีวิต" (เช่น report, delivery, software, invoice) ให้เดาไว้ก่อนเลย 90% ว่าต้องตอบ Passive Voice (be + V.3) เพราะสิ่งของทำเองไม่ได้!

🔍 ขั้นตอนที่ 2: ดู "หลังช่องว่าง" (Object Check)
สังเกตคำที่ตามหลังช่องว่างที่ให้เติม:
👉 ถ้าหลังช่องว่างมี "กรรม" (Noun / สิ่งของ) ตามหลังมา ➡️ ตอบ Active Voice (เพราะทำเอง เลยมีกรรมมารองรับ)
👉 ถ้าหลังช่องว่าง ไม่มีกรรม แต่เป็นพวก Preposition (โดยเฉพาะคำว่า by, to, at) หรือเป็นจุด Period (.) จบประโยค ➡️ ตอบ Passive Voice ได้ทันทีเลยครับ!

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Active vs. Passive Voice หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการวิเคราะห์โครงสร้างประธานทำเองและประธานถูกทำ จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Comparison (การเปรียบเทียบ 3 ขั้น)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 5 ออกสอบชัวร์ 1-2 ข้อ ทุกรอบ!

บทเรียนนี้จะพาน้องไปพิชิตเรื่อง "การเปรียบเทียบ (Comparison)" ซึ่งออกสอบบ่อยมากใน TOEIC Part 5 โดยเฉพาะโครงสร้างการเปรียบเทียบความเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสุด จุดสังเกตในโจทย์นั้นตายตัวมากถ้ารู้จักคำบอกใบ้!

1. สรุปโครงสร้างสูตรหลัก 3 ขั้น

ขั้นปกติ (Positive)
as + Adj/Adv + as
เปรียบเทียบความเท่ากัน เช่น as efficient as (มีประสิทธิภาพเท่ากัน)
ขั้นกว่า (Comparative)
-er + than / more... than
เปรียบเทียบความมากกว่า เช่น more reliable than (น่าเชื่อถือมากกว่า)
ขั้นสุด (Superlative)
the + -est / the most...
เปรียบเทียบความเป็นที่สุด เช่น the most successful (ประสบความสำเร็จที่สุด)

2. อธิบายด้วยภาษากันเอง (ฉบับเข้าใจง่ายใน 1 นาที)

ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบผลงานหรือทรัพย์สินในบริษัทกันครับ:

📌 ขั้นปกติ (เท่ากัน): "แท็บเล็ตเครื่องใหม่ทำงานได้เร็วเท่าเครื่องเดิม" ➡️ as fast as
📌 ขั้นกว่า (กว่า): "บริการจัดส่งของบริษัทเราเร็วกว่าคู่แข่ง" ➡️ faster than หรือ more efficient than
📌 ขั้นสุด (ที่สุด): "ระบบเซิร์ฟเวอร์ใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงสุดในบรรดาทุกระบบ" ➡️ the most efficient หรือ the fastest (สังเกต: มักจะมีคำบอกขอบเขตเช่น in the company, of all)

⚠️ ระวังโดนหลอก! ข้อสอบชอบเอาตัวเลือกอย่าง more faster หรือ most fastest มาหลอก จำไว้ว่า ถ้าเติม -er / -est แล้ว ห้ามมี more / most ซ้อนกันเด็ดขาด!

3. ตัวอย่างประโยคเปรียบเทียบในธุรกิจ (เปลี่ยนทุกๆ 60 วินาที ดึงคำมาจาก Internet)

สังเกตการใช้ Adj ในตำแหน่งโครงสร้างเปรียบเทียบทั้ง 3 ขั้น:

🟢 ขั้นปกติ (as...as)
Loading...
กำลังโหลด...
🟠 ขั้นกว่า (more / -er than)
Loading...
กำลังโหลด...
🔵 ขั้นสุด (the most / -est)
Loading...
กำลังโหลด...
คำอ้างอิงจาก Datamuse API

4. 💡 สูตรลัดหาคำตอบใน 3 วินาที

วิเคราะห์ข้อสอบโดยการมองหา "คำบอกใบ้ภายนอกช่องว่าง" ทันที:

🔍 สูตรลัดที่ 1: โครงสร้าง as...as
ถ้าเจอช่องว่างอยู่ระหว่าง as [_____] as ➡️ ตอบ Adjective/Adverb ขั้นปกติ (รูปปกติ ไม่เติมแต่งใดๆ)

🔍 สูตรลัดที่ 2: สังเกตคำว่า than
ถ้ากวาดสายตาไปด้านหลังช่องว่างแล้วเจอคำว่า than ➡️ ตอบโครงสร้าง ขั้นกว่า (more + Adj/Adv หรือ Adj/Adv-er)

🔍 สูตรลัดที่ 3: สังเกตคำว่า the หรือขอบเขต
ถ้าหน้าช่องว่างมี the และหลังช่องว่างมีคำบอกวงกว้าง เช่น of all, in the team, ever ➡️ ตอบโครงสร้าง ขั้นสุด (the most + Adj/Adv หรือ the Adj/Adv-est)

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Comparison หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกคำและโครงสร้างเปรียบเทียบ 3 ขั้น จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Pronouns (เจาะลึกสรรพนาม 5 ช่อง)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 6 ออกสอบบ่อย 1-2 ข้อ ทุกรอบ!

เรื่องสรรพนามในข้อสอบ TOEIC มักจะวัดความเข้าใจเกี่ยวกับ "ตำแหน่งหน้าที่" ของคำในประโยคครับ แค่ดูว่าช่องว่างที่โจทย์ให้มาอยู่หน้าหรือหลังคำประเภทไหน ก็สามารถเลือกสรรพนามช่องที่ถูกต้องไปตอบได้ทันที!

1. ตารางสรุปสรรพนาม 5 ช่อง (Pronoun Chart)

นี่คือตารางทำมาหากินที่ต้องจำให้ได้ก่อนเข้าห้องสอบครับ:

ช่องที่ 1: Subject ช่องที่ 2: Object ช่องที่ 3: Poss. Adj. ช่องที่ 4: Poss. Pronoun ช่องที่ 5: Reflexive
I (ฉัน) me my + Noun mine myself
You (คุณ) you your + Noun yours yourself / -selves
We (พวกเรา) us our + Noun ours ourselves
They (พวกเขา) them their + Noun theirs themselves
He (เขาผู้ชาย) him his + Noun his himself
She (เธอผู้หญิง) her her + Noun hers herself
It (มัน) it its + Noun its itself

2. อธิบายตำแหน่งการใช้ภาษาที่เป็นกันเอง แถวปัจจุบัน: I, me... (เปลี่ยนทุก 1 นาที)

ช่องที่ 1: Subject Pronoun (ประธาน)
💡 ตำแหน่ง: วางหน้ากริยาแท้ (Verb) เสนอ เพื่อแสดงหน้าที่ผู้ทำหลัก
💡 ตัวอย่าง: Loading...
ช่องที่ 2: Object Pronoun (กรรม)
💡 ตำแหน่ง: อยู่หลังกริยาแท้ (เป็นผู้ถูกกระทำ) หรือหลังคำบุพบท (Preposition)
💡 ตัวอย่าง: Loading...
ช่องที่ 3: Possessive Adjective (แสดงเจ้าของ + คำนาม) ⭐ ออกสอบบ่อยสุด!
💡 ตำแหน่ง: ต้องวางอยู่หน้าคำนาม (Noun) เสมอ ห้ามวางลอยๆ เพื่อขยายความเป็นเจ้าของคำนามนั้น
💡 ตัวอย่าง: Loading...
ช่องที่ 4: Possessive Pronoun (แสดงเจ้าของลอยๆ)
💡 ตำแหน่ง: วางลอยๆ ท้ายประโยคหรือตำแหน่งประธาน/กรรมได้เลย ห้ามมีคำนามตามหลัง (ละคำนามไว้ในฐานที่เข้าใจ)
💡 ตัวอย่าง: Loading...
ช่องที่ 5: Reflexive Pronoun (กระทำด้วยตัวเอง)
💡 ตำแหน่ง: มักอยู่ตามหลังบุพบท "by" เพื่อบอกว่าทำโดยลำพัง/ด้วยตัวเอง
💡 ตัวอย่าง: Loading...

3. ตัวอย่างการใช้สรรพนามทั้ง 5 ช่อง (เปลี่ยนทุกๆ 60 วินาที ดึงจาก Internet)

สังเกตการเลือกสรรพนามในช่องต่างๆ ตามหน้าที่ของประโยค:

ประเภทสรรพนาม
Loading...
กำลังโหลด...
คำอ้างอิงและคำศัพท์ขยายจาก Datamuse API

4. 💡 สูตรลัดตัดช้อยส์ 5 วินาที (TOEIC Shortcut Tips)

เวลาเจอข้อสอบเรื่อง Pronoun ให้ทำตามขั้นตอนการตัดตัวเลือกดังนี้:

👉 ขั้นตอนที่ 1: มองหลังช่องว่างเป็นลำดับแรก! ถ้าเจอ "คำนาม (Noun)" ➡️ ตอบช่อง 3 (Possessive Adj. เช่น my, your, their, his, her, its) ทันที โอกาสถูก 95%
👉 ขั้นตอนที่ 2: ถ้าหลังช่องว่างไม่ใช่คำนาม แต่เป็น "คำกริยา (Verb)" ➡️ ตอบช่อง 1 (Subject Pronoun เช่น I, You, We, They, He, She, It) เพื่อทำหน้าที่เป็นประธาน
👉 ขั้นตอนที่ 3: ถ้าหน้าช่องว่างมีคำว่า "by" ➡️ ตอบช่อง 5 (Reflexive Pronoun เช่น himself, myself, ourselves) ทันที เพื่อแสดงการกระทำด้วยตัวเอง
👉 ขั้นตอนที่ 4: ถ้าอยู่ท้ายสุดของประโยค หรือหลังกริยา/หลัง Preposition และไม่มีนามตามหลัง ➡️ แปลเปรียบเทียบว่าเน้น "ผู้กระทำ (ช่อง 2 Object)" หรือ "แสดงความเป็นเจ้าของลอยๆ (ช่อง 4 Possessive Pronoun)"

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Pronouns หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกสรรพนามทั้ง 5 ช่องตามตำแหน่งโครงสร้างประโยค จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Conjunctions vs. Prepositions (คำเชื่อม vs. คำบุพบท)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 7 จุดหลอกยอดนิยมอันดับ 1 ของพาร์ท 5!

ในข้อสอบ TOEIC ตัวเลือก (Choices) มักจะเอาคำที่มีความหมายเหมือนกันเป๊ะๆ มาวางหลอกในตัวเลือก เพื่อวัดว่าเราแยกออกไหมว่าคำไหนเป็น Conjunction (ปลั๊กคู่ + ประโยค S + V) หรือเป็น Preposition (ปลั๊กเดี่ยว + คำนาม) พี่เลยจับพวกมันมามัดแพ็กคู่แยกตามกลุ่มความหมายและจำสูตรลัดได้ทันทีครับ!

1. สรุปกฎเหล็ก (The Golden Rules)

Conjunction (คำเชื่อมประโยค)
Conjunction + S + V
ทำหน้าที่เชื่อม "ประโยคที่มีประธานและกริยาแท้" เข้าด้วยกัน เช่น because, although
Preposition (คำบุพบท)
Preposition + Noun / V.ing
ทำหน้าที่เชื่อม "คำนามหรือกลุ่มคำนาม" เท่านั้น ห้ามมีกริยาแท้ตามหลังเด็ดขาด!

2. อธิบายด้วยภาษากันเอง (เปรียบเทียบเหมือน "หัวปลั๊กไฟ")

🔌 Conjunction คือปลั๊กที่ต้องการเต้ารับแบบคู่ (ต้องมีทั้งประธาน S และกริยาแท้ V มาเป็นแพ็กเกจคู่ถึงจะทำงานได้)
🔌 Preposition คือปลั๊กที่ต้องการเต้ารับแบบเดี่ยว (ขอแค่คำนาม Noun ตัวเดียวโดดๆ หรือกริยาเติม V.ing มาเป็นกรรมก็พอ ห้ามมีประธานและกริยาแท้มาร่วมด้วย)

3. ตารางสรุปคำศัพท์ Conjunctions VS Prepositions แยกตามความหมาย

ตารางทำกินที่สรุปความหมายคู่เหมือนเพื่อให้แยกแยะประเภทตัวเลือกได้อย่างชัดเจนในห้องสอบ:

กลุ่มความหมาย Conjunctions (ตามด้วยประโยค S + V) Prepositions (ตามด้วย Noun / V.ing)
เพราะว่า / เนื่องจาก because, since, as, now that because of, due to, owing to, on account of
แม้ว่า / ทั้งๆ ที่ although, even though, though despite, in spite of
ในระหว่าง / ในขณะที่ while, as during
นอกจาก / เพิ่มเติมจาก in addition (มักขึ้นต้นประโยค), furthermore, moreover in addition to, besides, aside from, apart from
เว้นแต่ / ยกเว้น except that except, except for
ในกรณีที่ / หากว่า if, in case, provided that in case of

4. รวมมิตรแก๊ง Conjunctions (ต้องตามด้วย S + V)

แบ่งกลุ่มคำเชื่อมประโยคที่ออกสอบบ่อยที่สุดตามลักษณะการทำงานได้เป็น 3 กลุ่มหลักครับ:

กลุ่ม A: คำเชื่อมเดี่ยวทั่วไป (Coordinating Conjunctions)
ใช้เชื่อมคำหรือประโยคที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ทริคการจำใช้ "FANBOYS":
F - For (เพราะว่า) | A - And (และ) | N - Nor (และไม่)
B - But (แต่) | O - Or (หรือ) | Y - Yet (แต่กระนั้น) | S - So (ดังนั้น)
กลุ่ม B: คำเชื่อมประโยคหลัก-รอง (Subordinating Conjunctions)
กลุ่มสำคัญที่สุดที่ออกสอบเรื่องตามด้วยประโยค (S + V) บ่อยที่สุด แยกตามความหมาย:
📌 บอกเหตุผล: Because, Since, As, Now that (เพราะว่า / เนื่องจาก)
📌 บอกความขัดแย้ง: Although, Even though, Though, While, Whereas (แม้ว่า / ในขณะที่)
📌 บอกเงื่อนไข: If, Unless (ถ้าไม่), In case (ในกรณีที่), Provided that (หากว่า)
📌 บอกเวลา: When, Before, After, As soon as (ทันทีที่), Until (จนกระทั่ง)
กลุ่ม C: คำเชื่อมแพ็กคู่ (Correlative Conjunctions) 🌟 ออกบ่อยมาก!
มาเป็นคู่เสมอ เห็นคำหน้าให้กาคำหลัง หรือเห็นคำหลังให้กาคำหน้าทันทีครับ:
🔗 Both ... and ... (ทั้ง...และ...)
🔗 Either ... or ... (ไม่...ก็...) เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
🔗 Neither ... nor ... (ไม่ทั้ง...และ...) ไม่เลือกเลยทั้งคู่
🔗 Not only ... but also ... (ไม่เพียงแต่...แต่ยัง...อีกด้วย)

5. รวมมิตรแก๊ง Prepositions (ต้องตามด้วย Noun / V.ing)

คำบุพบทใน TOEIC จะเน้นที่ใช้ในสำนักงานและการติดต่อสื่อสารในธุรกิจ แยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่ม A: บุพบทบอกเวลา (Time) & ตำแหน่ง (Place)
📍 At, On, In (หัวใจหลักเรื่อง วัน/เวลา/สถานที่):
  • At + เวลาเฉพาะ / จุดตำแหน่งเจาะจง:
    💡 At 9:00 AM: The manager scheduled a review at 9:00 AM. (ตอน 9 โมงเช้า)
    💡 At the front desk: Please register at the front desk. (ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์)
  • On + วันในสัปดาห์ / วันที่เจาะจง / พื้นผิว / ติดต่อ:
    💡 On Monday: The project report is due on Monday. (ในวันจันทร์)
    💡 On October 15: The launch will take place on October 15. (ในวันที่ 15 ต.ค.)
  • In + เดือน / ปี / ช่วงเวลาวัน / เมือง/ประเทศ/พื้นที่ปิด:
    💡 In October: The training begins in October. (ในเดือนตุลาคม)
    💡 In 2026: We plan to expand the team in 2026. (ในปี 2026)
    💡 In the meeting room: She is talking in the meeting room. (ในห้องประชุม)
⏱️ Since / For (ตั้งแต่ / เป็นเวลา):
  • 💡 Since last month: He has been the supervisor since last month. (ตั้งแต่เดือนที่แล้ว)
  • 💡 For three years: We have used this software for three years. (เป็นเวลา 3 ปี)
During (ในระหว่าง - ช่วงเวลาเหตุการณ์):
  • 💡 During the presentation: Please turn off cell phones during the presentation. (ระหว่างการนำเสนอ)
📅 Before / After / Until (ก่อน / หลัง / จนกระทั่ง):
  • 💡 Before Friday: All budgets must be approved before Friday. (ก่อนวันศุกร์)
  • 💡 Until 6:00 PM: Technical support is available until 6:00 PM. (จนกระทั่ง 6 โมงเย็น)
👥 Between / Among (ระหว่าง 2 สิ่ง / ท่ามกลาง 3 สิ่งขึ้นไป):
  • 💡 Between the two departments: There is a conflict between the two departments. (ระหว่างสองแผนก)
  • 💡 Among the candidates: He was chosen among the candidates. (ในหมู่ผู้สมัครรับคัดเลือก)
🏗️ Under (ภายใต้สถานะ/การดูแล):
  • 💡 Under construction / supervision: The main lobby is under construction. (อยู่ระหว่างการปรับปรุง/ก่อสร้าง)
กลุ่ม B: บุพบทผสมที่พบบ่อยสุดๆ (Compound Prepositions)
⚠️ Because of, Due to, Owing to, On account of (เนื่องจาก / เพราะว่า):
  • 💡 Due to the delay: The flight was delayed due to the delay in maintenance. (เพราะความล่าช้าของการบำรุงรักษา)
🛡️ Despite, In spite of (ทั้งๆ ที่ / แม้ว่า):
  • 💡 Despite the high costs: We completed the renovation despite the high costs. (ทั้งๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง)
🔄 Instead of (แทนที่จะ):
  • 💡 Instead of hiring someone: We fixed the server ourselves instead of hiring someone. (แทนที่จะจ้างคนอื่น)
In addition to, Aside from, Apart from (นอกเหนือจาก / เพิ่มเติมจาก):
  • 💡 In addition to the salary: Commission is paid in addition to the salary. (นอกเหนือจากเงินเดือนประจำ)
📋 According to (ตามที่...ระบุ/อ้างถึง):
  • 💡 According to the company policy: We must wear badges according to the company policy. (ตามกฎนโยบายของบริษัท)
Prior to (ก่อนหน้าที่จะ - ความหมายเดียวกับ Before):
  • 💡 Prior to the submission: Double check the file prior to the submission. (ก่อนหน้าการส่งงาน)

6. ตัวอย่างการเปรียบเทียบคำเชื่อมและคำบุพบท (เปลี่ยนทุกๆ 60 วินาที ดึงจาก Internet)

สังเกตความแตกต่างของโครงสร้างตามหลังในประโยคที่มีความหมายเดียวกัน:

กำลังโหลดหัวข้อ...
Conjunction (S + V)
Loading...
กำลังโหลด...
Preposition (Noun Group)
Loading...
กำลังโหลด...
ตัวอย่างอัปเดตและจับคำศัพท์หมุนเวียนจาก Datamuse API

7. 💡 สูตรลัดตัดช้อยส์ใน 5 วินาที (TOEIC Shortcut Tips)

วิเคราะห์ข้อสอบคำเชื่อมอย่างรวดเร็วด้วยขั้นตอนการตัดช้อยส์ดังนี้:

👉 ขั้นตอนที่ 1: มองหลังช่องว่างทันที
กวาดสายตาไปดูคำที่อยู่หลังช่องว่าง (มองยาวไปจนถึงเครื่องหมาย Comma , หรือคำบอกจบประโยคย่อย) เพื่อมองหา "คำกริยาแท้ (Verb)"

👉 ขั้นตอนที่ 2: วิเคราะห์โครงสร้างประโยค
• ถ้าหลังช่องว่างมีกริยาแท้ ➡️ ตัดช้อยส์ที่เป็น Preposition ทิ้งทันที! แล้วตอบคำที่เป็น Conjunction (เช่น because, although)
• ถ้าหลังช่องว่างมีแต่คำนามหรือกลุ่มคำนามยาวเหยียด ไม่มีกริยาแท้เลย ➡️ ตัดช้อยส์ที่เป็น Conjunction ทิ้งทันที! แล้วตอบคำที่เป็น Preposition (เช่น because of, despite)

💡 สูตรลัดในการจำคำเชื่อม-บุพบทเพิ่มเติม:
แก๊งลงท้าย of / to / for ➡️ มักเป็น Preposition เสมอ (เช่น Because of, Due to, In addition to, Except for, In case of, Prior to) ต้องตามด้วยคำนามเท่านั้น ห้ามตามด้วยกริยาแท้เด็ดขาด!
แก๊งลงท้ายด้วย that ➡️ มักเป็น Conjunction เสมอ (เช่น Now that, Provided that, Except that) ต้องตามด้วยประโยค S + V
แก๊ง "แม้ว่า" ตัวสั้นๆ (Although, Though, Even though) ➡️ เป็น Conjunction
แก๊ง "แม้ว่า" ตัวยาวๆ ที่มีคำว่า spite หรือ de- (Despite, In spite of) ➡️ เป็น Preposition

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Conjunctions vs. Prepositions หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกใช้คำเชื่อมและคำบุพบทตามโครงสร้างไวยากรณ์ จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Non-Finite Verbs (กริยาไม่แท้ / กริยาปลอม)

หมวดหมู่ที่ 1 • บทเรียนที่ 8 แกรมม่าระดับปราบเซียน แต่คะแนนไหลมาเทมา!

กริยาไม่แท้ (Non-Finite Verbs) คือ "กริยาปลอม" ที่มีหน้าตาเหมือนกริยา แต่แปลงร่างไปทำหน้าที่อื่นเป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ในประโยคที่มีกริยาตัวจริงอยู่แล้วนั่นเองครับ!

1. สรุปกริยาแปลงร่าง 3 แก๊งหลัก

Gerund (V-ing)
ทำหน้าที่เป็น "คำนาม"
แปลว่า "การ..." หรือ "ความ..." เช่น working = การทำงาน, planning = การวางแผน
Infinitive (to + V.1)
บอกวัตถุประสงค์
แปลว่า "เพื่อที่จะ..." วางต่อท้ายกริยาตัวแรกเพื่อบอกเป้าหมายการกระทำ เช่น plan to go = วางแผนที่จะไป
Participle (Adj)
ทำหน้าที่เป็น Adjective
วางหน้าคำนามเพื่อขยายลักษณะนาม:ร่าง V-ing = นามนั้นทำเอง / ร่าง V.3 = นามนั้นถูกทำ

2. อธิบายด้วยภาษากันเอง (ฉบับกริยาตัวจริง vs ตัวสวมรอย)

ใน 1 ประโยคภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ จะมี "กริยาแท้" (กริยาตัวจริง) ได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น!
หากมีกริยาแท้ประจำอยู่แล้ว แล้วเราต้องการใส่กริยาพฤติกรรมอื่นเข้ามาแจม กริยาตัวเสริมนั้นห้ามทำตัวเป็นกริยาแท้ครับ มันจะต้อง "สวมรอยแปลงร่าง" เป็นกริยาไม่แท้ทันที:

📊 ร่างแปลง Participle (ออกสอบบ่อยที่สุด!): วางไว้หน้าคำนามเพื่อระบุสภาพการณ์คำนามนั้น
• ร่าง V-ing (ทำเอง / น่า...) เช่น inspiring speech (สุนทรพจน์ที่น่าประทับใจ/สร้างแรงบันดาลใจด้วยตัวมันเอง)
• ร่าง V.3 (ถูกกระทำ / รู้สึก) เช่น attached document (เอกสารที่ถูกแนบมา - สิ่งของแนบตัวเองไม่ได้ ต้องถูกแนบ)

3. ตัวอย่างการใช้งานกริยาไม่แท้ในข้อสอบ TOEIC (เปลี่ยนทุกๆ 60 วินาที ดึงจาก Internet)

สังเกตการเลือกใช้ร่างแปลงของกริยาในประโยคบริบทการทำงานจริง:

กำลังโหลดหัวข้อ...
กำลังโหลดกฎ...
Loading...
กำลังโหลด...
คำนามหมุนเวียนดึงจาก Datamuse API แบบเรียลไทม์

4. 💡 เทคนิคและสูตรลัดตัดช้อยส์ (TOEIC Shortcut Tips)

วิเคราะห์โครงสร้างกริยาปลอมเพื่อตัดตัวเลือกใน 5 วินาทีด้วยสูตรเหล่านี้นะครับ:

👉 สูตรหลังกริยาเฉพาะกลุ่ม (ต้องท่องจำไปใช้):
• เจอคำเหล่านี้ ➡️ ตามด้วย Gerund (V-ing) เสมอ!
   avoid (หลีกเลี่ยง), consider (พิจารณา), postpone (เลื่อน), finish (ทำเสร็จ), suggest (แนะนำ)
• เจอคำเหล่านี้ ➡️ ตามด้วย Infinitive (to + V.1) เสมอ!
   decide (ตัดสินใจ), plan (วางแผน), agree (ตกลง), refuse (ปฏิเสธ), manage (จัดการ)

👉 สูตรหน้านามขยายสิ่งของ (Participle) 🌟 ออกบ่อยสุดขีด!:
• ถ้าเจอช่องว่างอยู่ หน้าคำนามที่เป็นสิ่งของหรือเอกสาร (เช่น report, contract, file, invoice) แล้วตัวเลือกมีทั้ง V-ing และ V.3 ให้กา V.3 (ถูกทำ) ทันที!
• สิ่งของเหล่านี้ทำกิจกรรมเองไม่ได้ ต้องถูกทำ เช่น:
   🛠️ updated report (รายงานที่ถูกอัปเดต)
   ✒️ signed contract (เอกสารสัญญาที่ได้รับการลงนาม)

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Non-Finite Verbs หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการวิเคราะห์กริยาไม่แท้ Gerund / Infinitive / Participle จำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Part 1: Photographs (ภาพถ่าย 6 ข้อ)

หมวดหมู่ที่ 2 • บทเรียนที่ 1 พาร์ทเริ่มต้นไต่คะแนนได้เร็วที่สุด!

1. ภาพรวมพาร์ทรูปภาพ (Photographs)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะให้เราดูรูปภาพ แล้วฟังช้อยส์ (A), (B), (C), (D) จากเสียงคนพูด (ไม่มีตัวหนังสือในกระดาษข้อสอบ) แล้วเลือกข้อที่อธิบายรูปภาพได้ถูกต้องที่สุดครับ พี่สรุปหลักการ คำศัพท์ และสูตรลัดแยกหมวดหมู่ไว้ให้หมดแล้ว มาลุยกันเลย!

2. คีย์เวิร์ดเดาการกระทำของคน (Active vs. Passive Voice)

ในรูปภาพที่มี "คน" ทำกิจกรรมอยู่ ข้อสอบจะชอบเล่นเรื่องโครงสร้างประโยค 2 แบบนี้เพื่อหลอกเราครับ:

Active Voice (คนทำเอง)
Subject (คน) + is/am/are + V.ing
แปลว่า: "คนกำลังทำ..."
Passive Voice (สิ่งของถูกทำ)
Subject (สิ่งของ) + is/am/are + being + V.3
แปลว่า: "สิ่งของกำลังถูกทำ..."
จุดระวังตายน้ำตื้น: กฎของคำว่า "being"

คำว่า "being" ในพาร์ทรูปภาพ แปลว่าเหตุการณ์นั้น "กำลังถูกกระทำอยู่ ณ วินาทีนั้น" ดังนั้น ในรูปภาพ **ต้องมีคนกำลังเอามือจับ หรือกำลังทำกริยานั้นอยู่ด้วย** ถึงจะตอบข้อที่มีคำว่า being ได้ครับ! ถ้ารูปภาพมีแค่โต๊ะว่างๆ แล้วช้อยส์บอกว่า "The desk is being cleaned." ข้อนั้นคือช้อยส์หลอกทันที!

3. เครื่องกลวิเคราะห์ภาพถ่าย (60-Sec Photo Widget)

ทบทวนความเข้าใจเรื่องภาพถ่ายกับโครงสร้างไวยากรณ์ด้วยภาพตัวอย่างพรีเมียมจากคลังภาพ (รูปภาพจะสลับสับเปลี่ยนพร้อมประโยคอธิบายทุกๆ 60 วินาที):

Office (ในสำนักงาน) สลับภาพใน 60 วินาที
TOEIC Practice Photo
Active Form: Loading active...
โครงสร้าง: ...
Passive Form: Loading passive...
โครงสร้าง: ...
ความหมายภาพ: ...

4. คลังคำศัพท์เฉพาะที่ออกสอบบ่อยแยก 4 หมวดหมู่

คำศัพท์สำคัญที่มักพบในรูปภาพข้อสอบจริงบ่อยครั้ง โดยแยกหมวดหมู่เพื่อให้สะดวกต่อการท่องจำ:

🏢 Office (ในสำนักงาน)
คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค
Photocopier เครื่องถ่ายเอกสาร She is using a photocopier.
Document / File เอกสาร / แฟ้มข้อมูล Some documents are arranged on the desk.
Monitor / Screen หน้าจอคอมพิวเตอร์ He is staring at the computer monitor.
Filing cabinet ตู้เก็บเอกสาร The man is opening a filing cabinet.
🗺️ Travel & Tourist (การเดินทาง)
คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค
Souvenir ของที่ระลึก / ของฝาก A tourist is looking at some souvenirs.
Luggage / Baggage กระเป๋าเดินทาง They are wheeling luggage through the lobby.
Landmark / Monument อนุสาวรีย์ / จุดเด่น People are gathered near the monument.
Take photo ถ่ายรูปภาพ A man is taking a photo of the scenery.
🛣️ Roads & Streets (ถนน / ทางเดิน)
คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค
Pedestrian คนเดินเท้า Pedestrians are walking along the sidewalk.
Crosswalk ทางม้าลายข้ามถนน Some people are crossing at the crosswalk.
Vehicle ยานพาหนะ (รถยนต์/บัส) Vehicles are stopped at a traffic light.
Intersection ทางสี่แยกถนน Cars are driving through the intersection.
🌳 Nature & Outdoors (ธรรมชาติ / กลางแจ้ง)
คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่างประโยค
Pathway / Path ทางเดินในสวน A pathway leads through the park.
Lawn สนามหญ้า A man is mowing the lawn.
Foliage / Branch ใบไม้ / กิ่งไม้ Branches are overhanging the bicycle path.
Waterfront ริมตลิ่ง / พื้นที่ริมน้ำ Buildings are lined up along the waterfront.

5. สูตรลัดสลัดช้อยส์ลวง (Part 1 Tips)

  • รูปไหนไม่มีคน ➡️ ตัดคำว่า being ทิ้งทันที! เช่น is being built, are being cleaned เพราะถ้าไม่มีคนในรูป สิ่งของเหล่านั้นจะ "กำลังถูกทำ" ณ วินาทีนั้นไม่ได้เด็ดขาด
  • ระวังคำพ้องเสียง (Similar Sounds): ข้อสอบชอบหลอกด้วยคำที่ออกเสียงคล้ายกันแต่ความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ในรูปคนกำลังเดินอยู่ในสวน (walking) แต่ช้อยส์หลอกว่า "He is working." (กำลังทำงาน) หรือ "He is waiting." (กำลังรอ) ควรวิเคราะห์ความหมายให้รอบคอบครับ

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Listening: Photographs หรือยัง?

แบบทดสอบวัดความแม่นยำในการเลือกคำบรรยายรูปภาพ จำนวน 30 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 6 ข้อ ให้ผู้เรียนเลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Part 2: Question-Response

หมวดหมู่ที่ 2 • บทเรียนที่ 2 พาร์ทที่ห้ามกะพริบตาเด็ดขาด! ห้ามลอกตาจากเสียงคนพูด

1. ภาพรวมพาร์ทถาม-ตอบ (Question-Response)

พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ห้ามกะพริบตาเด็ดขาด! เพราะในข้อสอบจะมีเพียงแค่ตัวเลขข้อ 7-31 เท่านั้น ไม่มีโจทย์และช้อยส์พิมพ์มาให้ เราต้องฟังคำถาม 1 ประโยค แล้วฟังตัวเลือก (A), (B), (C) เพื่อเลือกคำตอบที่ดีที่สุด (พาร์ทนี้มีแค่ 3 ช้อยส์นะครับ!)

2. การแยกประเภทคำถาม (Question Categories)

ข้อสอบ Part 2 มีแนวคำถามอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ที่เราต้องแยกแยะให้ออกทันทีที่ได้ยินคำแรกครับ:

กลุ่มที่ 1: Wh-Questions (คำถามปลายเปิด)

กลุ่มนี้ง่ายที่สุดเพราะเปิดหัวมาด้วยคำถามชัดเจน ทริคคือ "ตั้งสติฟังคำแรกให้ดี" ครับ:

  • Who (ใคร): คำตอบมักเป็น ชื่อคน, ตำแหน่งงาน (manager, supervisor), หรือชื่อแผนก (HR, marketing)
  • Where (ที่ไหน): คำตอบมักเป็น สถานที่ หรือมีคำบุพบทบอกตำแหน่ง (in, on, at, next to)
  • When (เมื่อไหร่): คำตอบมักเป็น เวลา, วันที่, หรือช่วงเวลา (tomorrow, next week, at 3 PM)
  • Why (ทำไม): คำตอบมักบอกเหตุผล มักมีคำว่า Because, Due to, To + V.1 หรือตอบบอกเหตุผลตรงๆ โดยไม่มีคำว่า Because
  • What / How (อะไร / อย่างไร):
    • How many / How much: ถามจำนวน/ราคา คำตอบต้องเป็นตัวเลข
    • How often: ถามความถี่ คำตอบมักเป็น once a week, twice a month, regularly
    • How long: ถามระยะเวลา/ความยาว คำตอบมักเป็น for 2 hours, about 3 days

กลุ่มที่ 2: Yes/No & Helping Verb Questions (คำถามต้องการการยืนยัน)

เป็นคำถามที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่วย เช่น Do, Does, Did, Is, Are, Have, Has, Can, Should, Could, Would

จุดสังเกต: ในข้อสอบยุคใหม่ คำตอบอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นต้นด้วย "Yes" หรือ "No" เสมอไป แต่ตอบเป็นการให้ข้อมูลยืนยันหรือปฏิเสธไปเลย

ตัวอย่าง: "Have you finished the sales report?" (คุณทำรายงานยอดขายเสร็จหรือยัง?) • คำตอบแบบดั้งเดิม: "Yes, I have." (ใช่ ทำเสร็จแล้ว) • คำตอบแบบข้อสอบยุคใหม่: "I'm still working on it." (ฉันยังทำมันอยู่เลย) ➡️ ออกบ่อยมาก!

กลุ่มที่ 3: Choice Questions (คำถามให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)

มักจะมีคำว่า "or" อยู่ในประโยคคำถาม เพื่อให้เราเลือกตัวเลือก A หรือ B

กฎเหล็ก: คำถามประเภทนี้ ห้ามตอบ Yes หรือ No เด็ดขาด! (ถ้าช้อยส์ไหนขึ้นด้วย Yes/No ให้ตัดทิ้งทันที)

  • • เลือกอย่างแรก หรือ อย่างหลังตรงๆ
  • • เลือกทั้งคู่ (Either is fine. / Both are good.)
  • • ไม่เลือกเลยสักอย่าง (Neither of them. / Actually, I'd prefer a third option.)

3. เครื่องฝึกฝนทักษะการถาม-ตอบอัตโนมัติ (60-Sec Widget)

ฟังคำถามแล้ววิเคราะห์การเลือกคำตอบที่ถูกต้องของพาร์ท 2 (คำศัพท์จะดึงมาจากระบบและ API Internet สลับตัวอย่างทุกๆ 60 วินาที):

Wh-Question (Who) สลับตัวอย่างใน 60 วินาที
🎧 ประโยคคำถาม (Question) Who is responsible for the marketing department?
A) Yes, it is.
B) Mr. Henderson is the director.
C) Near the elevator.
คำแปลและวิเคราะห์หลักสูตร: คำถามขึ้นต้นด้วย Who (ใคร) คำตอบมักเป็นชื่อคน/ตำแหน่งงาน ข้อ B ตอบเป็นตำแหน่งงาน/คน จึงเป็นข้อที่ถูกต้องที่สุด ส่วนข้อ A ตัดทิ้งเนื่องจาก Wh-Question ห้ามตอบ Yes/No และข้อ C ตอบไม่ตรงคำถามเนื่องจากบอกสถานที่

4. กับดักมหาโหด (The Traps)

ออกสอบทีไรคนพื้นฐานน้อยพลาดตกหลุมพรางทุกที แต่ถ้ารู้ทัน 2 กับดักนี้ น้องจะหลบได้สบายมากครับ:

กับดักที่ 1: เสียงพ้อง (Similar Sounds)

ข้อสอบจะชอบเอาคำในช้อยส์ที่มีเสียงคล้ายกับคำในโจทย์มาหลอกหูเรา เพราะรู้ว่าถ้าคนฟังไม่ออก จะชอบเดากาข้อที่เสียงคุ้นๆ หูครับ!

ตัวอย่าง: ในโจทย์พูดคำว่า "copy" (คัดลอก) ➡️ ช้อยส์หลอกจะพูดคำว่า "coffee" (กาแฟ) เพื่อหลอกประสาทสัมผัสเสียง

คำพ้องเสียงลวงอื่นๆ:
• department (แผนก) $\leftrightarrow$ apartment (อพาร์ตเมนต์)
• train (รถไฟ) $\leftrightarrow$ rain (ฝน)
• plan (แผนงาน) $\leftrightarrow$ plane (เครื่องบิน)
• sign (เซ็นชื่อ) $\leftrightarrow$ design (ออกแบบ)

กับดักที่ 2: คำซ้ำที่เปลี่ยนความหมาย (Repeated Words)

หลายคนคิดว่าได้ยินคำไหนในโจทย์บ่อยๆ แล้วได้ยินในช้อยส์อีกรอบ ข้อนั้นต้องถูกแน่ๆ... ผิดครับ! ข้อสอบชอบใช้คำซ้ำเดิมแต่เอามาแต่งประโยคใหม่ที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับคำถามเลยเพื่อหลอกเรา

คำถาม: "Where is the marketing meeting?" (การประชุมการตลาดอยู่ที่ไหน?)

ช้อยส์หลอก: "Nice to meet you." (ยินดีที่ได้รู้จัก) ➡️ เอาคำว่า meet มาหลอกหูเฉยๆ แต่ตอบไม่ตรงประเด็นสถานที่อย่างสิ้นเชิง

5. สูตรลัดสะบัดช้อยส์ (Part 2 Shortcuts)

  • เจอคำถาม Wh-Question ➡️ ตัดข้อที่มี "Yes / No" ทิ้งทันที 100%!
  • เจอช้อยส์ที่มี "เสียงพ้อง/คำพ้องกัน" กับโจทย์ ➡️ ตีเป็นข้อลวงไว้ก่อน 80%!
  • คำตอบแนว "ปัดความรับผิดชอบ" มักจะถูกเสมอ! หากในช้อยส์มีคำตอบทำนองว่า ฉันไม่รู้, ไปถามคนอื่นดูสิ, ยังไม่ได้ตัดสินใจเลย ส่วนใหญ่จะเป็นข้อที่ถูกต้องครับ เช่น:
    • - "I don't know."
    • - "Let me check with Mr. Davis." (เดี๋ยวฉันไปเช็คกับคุณเดวิสให้)
    • - "It hasn't been decided yet." (มันยังไม่ได้ถูกตัดสินใจเลย)

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Listening: Question-Response หรือยัง?

แบบทดสอบวัดทักษะการฟังคำถามและการเลือกประโยคถามตอบที่ถูกต้องที่สุดจำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ (ช้อยส์ 3 ตัวเลือก A, B, C ตามข้อสอบจริง) เลือกทำได้ทีละชุดเลยครับ:

Part 3: Conversations & Part 4: Short Talks

หมวดหมู่ที่ 2 • บทเรียนที่ 3 สมรภูมิการสอบที่ใหญ่ที่สุด! เน้นเทคนิค Previewing & Paraphrasing

1. ภาพรวมพาร์ท 3 และ 4 (Conversations & Short Talks)

ยินดีต้อนรับสู่สมรภูมิที่ใหญ่ที่สุดของพาร์ทฟังครับน้อง! Part 3 (Conversations - บทสนทนา) และ Part 4 (Short Talks - พูดคนเดียว) รวมสองพาร์ทนี้คิดเป็นจำนวนข้อสอบเกินครึ่งของพาร์ทฟังทั้งหมด หากเราอยากได้คะแนนทะลุ 650+ สองพาร์ทนี้คือจุดตัดสินเลยครับ! แต่ไม่ต้องกลัวไปครับ สองพาร์ทนี้ไม่ได้วัดว่าเราต้องฟังออกทุกคำแบบคำต่อคำ แต่มันวัด "กลยุทธ์" ซึ่งมี 2 ทักษะเทพที่จะช่วยให้ทำคะแนนได้แบบก้าวกระโดด

2. ทักษะที่ 1: Previewing (การกวาดสายตาอ่านล่วงหน้า)

ลองคิดภาพว่าน้องกำลังจะไปจับโปเกมอน ถ้าหนูรู้ล่วงหน้าว่ามันจะโผล่มาตรงไหน หน้าตาเป็นยังไง หนูจะจับมันได้ทันทีใช่ไหมครับ? พาร์ท 3 และ 4 ก็เหมือนกัน!

กฎเหล็กของสายสปีด: ตานำหู

ตอนที่เทปกำลังเปิดเสียงอ่านคำสั่ง (Directions) หรือกำลังอ่านโจทย์ข้อเก่าอยู่ ตาของน้องต้องจ้องและอ่านโจทย์ 3 ข้อถัดไปรอไว้แล้ว! สิ่งที่คุณต้องไฮไลต์ในใจคือ: เขาถามหา ใคร (Who), ทำอะไร (What), ที่ไหน (Where), เมื่อไหร่ (When) พอเสียงพูดเริ่มปุ๊บ สมองเราจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องดักจับคำตอบ พอได้ยินคีย์เวิร์ดปุ๊บจะกาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เสียงพูดจบประโยคครับ

3. ทักษะที่ 2: Paraphrasing (การเปลี่ยนคำพูดในช้อยส์)

ข้อสอบ TOEIC เกลียดความง่ายครับ! เขาไม่อยากให้คนช่ำชองแค่การ "จับเสียงพ้อง" แล้วตอบได้เลย เขาจึงชอบใช้มุก "เสียงพูดอย่างหนึ่ง แต่ในช้อยส์เขียนอีกอย่างหนึ่ง" แต่แปลเหมือนกัน เพื่อเช็คว่าเราเข้าใจความหมายจริงๆ หรือไม่ พี่มัดรวมคู่ปรับ Paraphrasing ที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดมาให้ท่องจำครับ:

🎧 เสียงที่ได้ยิน (Audio) 📖 สิ่งที่เขียนในช้อยส์ (Choice) ความหมาย
flight / train / bus air travel / transportation การเดินทาง / ยานพาหนะ
renovate / fix / paint repair / remodel ซ่อมแซม / ปรับปรุงอาคาร
20% off / discount reduced price / special offer ราคาพิเศษ / ส่วนลด
resume / CV / application application materials เอกสารสมัครงาน
drop by / come over visit ไปเยี่ยม / ไปพบ
beverages / food / coffee refreshments อาหารว่างและเครื่องดื่ม

4. เครื่องแปลแปลงสาร Paraphrase (60-Sec Widget)

ฝึกฝนทักษะการมองคำแปลของข้อสอบพาร์ท 3 และ 4 (ระบบจะสุ่มคำศัพท์จาก Internet API มาแปลงโจทย์ให้ศึกษาทุกๆ 60 วินาที):

Office Device (อุปกรณ์ออฟฟิศ) สลับตัวอย่างใน 60 วินาที
🎧 เสียงพูดที่เราได้ยิน (Audio) I'm sorry, but we need to fix the photocopying machine.
📖 ช้อยส์คำตอบที่ถูกต้อง (Choice) An office device requires repair.
คำวิเคราะห์การ Paraphrase: ในประโยคบอกว่า 'fix' (ซ่อม) และ 'photocopying machine' (เครื่องถ่ายเอกสาร) ซึ่งถูกแปลงรูปธรรมชาติตามหลักคำสุภาพในช้อยส์เป็น 'repair' และ 'office device'

5. สูตรลัดสะบัดช้อยส์ (Part 3 & 4 Shortcuts)

  • จังหวะนิ้วชี้พาเพลิน: ใช้มือซ้ายหรือนิ้วชี้จิ้มรอไว้ที่โจทย์ข้อ 1, 2, 3 ในกระดาษคำถาม พอหูได้ยินคำตอบข้อ 1 ปุ๊บ ตาและมือกาปั๊บ แล้วเลื่อนนิ้วลงมาข้อถัดไปทันที ห้ามลังเล!
  • ระวังช้อยส์เสียงเหมือนแต่บริบทแปลก: ข้อสอบมักจะหลอกด้วยการดึงคำพูดตรงๆ มาใส่ในตัวเลือกหลอก แต่เปลี่ยนรูปประโยคจนความหมายเพี้ยน ช้อยส์ที่ถูกมักจะเป็นคำที่มีการถอดความ (Paraphrased) เรียบร้อยแล้ว
  • เดาตามบริบทออฟฟิศ: หากฟังไม่ทันจริงๆ แนะนำให้เลือกคำตอบเกี่ยวกับการประสานงานร่วมกัน การแก้ไขปัญหางาน หรือการบริการลูกค้าไว้ก่อน เพราะมักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องครับ

พร้อมลุยแบบฝึกหัด Listening: Conversations & Talks หรือยัง?

แบบทดสอบวัดทักษะการวิเคราะห์จับใจความการสนทนาและการพูดสั้นจำนวน 100 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชุดย่อย ชุดละ 20 ข้อ (ตัวเลือก 4 ช้อยส์ A, B, C, D สมจริง) เลือกทำทีละชุดได้เลยครับ:

ข้อที่: 1 / 30
คะแนนปัจจบัน: 0
Loading question...

ยินดีด้วย ทำข้อสอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว!

แบบฝึกหัดเรื่อง Parts of Speech จำนวน 30 ข้อ เพื่อวัดความพร้อมสู่เป้าหมายคะแนน TOEIC 650+

0 จาก 30 ข้อ
ประเมินผลคะแนนของคุณ...

สรุปรายละเอียดและเฉลยรายข้อ